



ถ้าคุณกำลังสนใจในการทำสื่อสิ่งพิมพ์ในรูปแบบต่างๆ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจัดเตรียมไฟล์ยังไง เราจะพาคุณไปดูสิ่งที่ต้องรู้และขั้นตอนการเตรียมไฟล์ก่อนส่งให้กับโรงพิมพ์ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาต้องมานั่งแก้ไข ทำให้ขั้นตอนการทำงานของคุณลื่นไหลดูเป็นมืออาชีพ
สกุลไฟล์หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า File Extension คือชุดตัวอักษรภาษาอังกฤษตั้งแต่ 2-4 ตัวอักษรที่ต่อท้ายชื่อไฟล์ เพื่อบ่งบอกถึงประเภทของไฟล์นั้นๆ โดยจะมีเครื่องหมาย dot เป็นส่วนประกอบ เช่น .ai .pdf .jpg เป็นต้น สกุลไฟล์นั้นจะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณรู้ได้ว่าไฟล์ตัวนี้ต้องเปิดกับโปรแกรมอะไรถึงจะสามารถใช้งานได้
เป็นไฟล์ที่คุณจะได้รับถ้าคุณทำ Artwork ด้วยโปรแกรม “Adobe Illustrator” หรือที่ชาวการฟิกหลายคนเรียกว่าโปรแกรม AI เป็นโปรแกรมออกแบบยอดนิยมสำหรับการออกแบบ Artwork สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งการส่งไฟล์ AI ให้กับโรงพิมพ์จะเป็นการดีกับโรงพิมพ์มากเพราะเป็นไฟล์ที่ นำไปใช้งานและแก้ไขได้ง่าย Artwork จะอยู่ในรูปแบบที่สมบูรณ์คมชัดมากที่สุด
เป็นไฟล์ที่คุณจะได้รับถ้าคุณทำ Artwork ในโปรแกรม “Adobe Photoshop” เป็นโปรแกรมยอดนิยมสำหรับนักแต่งภาพสามารถตัดต่อ และตกแต่งภาพได้ง่ายและหลากหลายเหมาะสำหรับ Artwork ที่เน้นรูปไม่เน้นข้อความ
เป็นไฟล์ที่นิยมอย่างมากในงานเอกสารทั่วไปแต่ก็สามารถใช้เป็นไฟล์เพื่อส่งให้กับโรงพิมพ์ได้เช่นกันซึ่งไฟล์ PDF ส่วนใหญ่ที่จะส่งให้กับโรงพิมพ์จะเป็นไฟล์ที่ทำการบันทึกมาจากโปรแกรม “Adobe Illustrator” ทำไปต้อง PDF เพราะเป็นไฟล์ที่สามารถเปิดได้ทุกเครื่องโดยไม่ต้องมีโปแกรมออกแบบในเครื่องก็สามารถเปิดไฟล์เพื่อตรวจสอบหรือแก้ไขได้แล้วแต่การตั้งค่าของผู้บันทึกไฟล์
เป็นไฟล์ที่ไม่ค่อยนิยมเก็บ Artwork ทั้งหมดไว้ส่วนใหญ่จะนิยมเก็บเป็นไฟล์ภาพแบบ Vector ที่ไว้ใช้ประกอบ Artwork มากกว่า เช่น ภาพโลโก้ของแบรนด์ (Logo) เพื่อให้ได้โลโก้ที่คมชัด และสามารถย่อขยายได้โดยที่ไฟล์ภาพไม่แตก ซึ่งไฟล์ EPS เป็นสกุลไฟล์ที่พัฒนามาจากโปรแกรมตะกูล “Adobe” ทำให้สามารถนำไปเปิดได้ทั้ง Photoshop และ Illustrator
โหมดของสีในการทำ Artwork นั้นสามารถแบ่งได้ 2 โหมดก็คือ CMYK และ RGB ทั้ง 2 โหมดนี้มีการใช้งานและการแสดงผลที่ต่างกัน ส่วนจะใช้โหมดสีแบบไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเอา Artwork ไปใช้งานอย่างไร
RGB ย่อมาจาก Red, Green, Blue เป็นโหมดสีที่ใช้แสดงผลบนหน้าจอเป็นหลัก เช่น จอคอมพิวเตอร์, จอโทรทัศน์, และอุปกรณ์ดิจิทัลที่มีการแสดงผลผ่านทางหน้าจอต่างๆ RGB เป็นโหมดสีที่นิยมสำหรับทำ Artwork ที่ “ไม่พิมพ์” เช่นงานแบนเนอร์โฆษณาออนไลน์, งาน Infographic ออนไลน์ และงานอื่นๆ ที่แสดงผลบนหน้าจอเป็นหลัก ถ้าคุณออกแบบไฟล์ Artwork ในโหมด RGB แล้วนำไปพิมพ์สีที่คุณได้อาจจะไม่ตรงตามความคาดหวังของคุณ เพราะโหมดสีที่เหมาะสมกับงานพิมพ์คือโหมดสี CMYK
CMYK ย่อมาจาก Cyan, Magenta, Yellow, Black เป็นโหมดสีสำหรับใช้ในการพิมพ์ เพราะโหมด CMYK นั้นผสมสีต่างๆ ขึ้นมาจากสีทั้ง 4 สีเช่นเดียวกับเครื่องพิมพ์ส่วนใหญ่ทำให้ถ้าคุณออกแบบ Artwork โดยใช้โหมดสี CMYK ตั้งแต่แรกคุณก็จะได้งานพิมพ์ที่สีใกล้เคียงกับ Artwork มากที่สุด แต่สีที่พิมพ์ออกมาก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณพิมพ์ลงกระดาษอะไรด้วย เราจะพาคุณไปดูวิธีการตั้งค่าให้ไฟล์ Artwork เป็น CMYK คุณจะได้เตรียมไฟล์ส่งโรงพิมพ์ได้อย่างถูกต้อง
1. เปิดโปรแกรม Adobe Photoshop ขึ้นมาและไปที่แถบเมนูคลิกเลือก File > New…
2. หน้าการตั้งค่า Artboard จะขึ้นมาเลือกขนาดที่ต้องการให้เรียบร้อย และตรง Color Mode ให้เลือกเป็น CMYK
3. อย่าลืมตั้งค่า Resolution ให้เป็น 300 อยู่เสมอเพื่อภาพที่คมชัดที่สุด
1. เปิดโปรแกรม Adobe Illustrator ขึ้นมาและไปที่แถบเมนูคลิกเลือก File > New…
2. หน้าการตั้งค่า Artboard จะขึ้นมาให้เลือกไปที่ Advance Option > Color Mode > CMYK Color
3. สามารถตั้ง Resolution ได้ตรงช่อง Raster Effects เลือกเป็น High (300 ppi) เพื่อภาพที่คมชัดที่สุด
“ในการทำงานพิมพ์ การเลือกใช้โหมดสี CMYK เป็นสิ่งสำคัญ เพราะสีที่เห็นบนหน้าจอ (RGB) ไม่ตรงกับสีที่พิมพ์ออกมา (CMYK) หากเราออกแบบงานในโหมด RGB แล้วพิมพ์ออกมาในโหมด CMYK สีที่ได้อาจไม่ตรงกับที่คาดหวัง ดังนั้นนักออกแบบควรเปลี่ยนโหมดสีของงานเป็น CMYK ก่อนส่งพิมพ์ทุกครั้งเพื่อใหเได้สีที่ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุด”
การออกแบบที่ดีคุณต้องเข้าใจกับระบบ ระยะขอบ (Margin) ระยะตัดตก (Bleed) เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าคุณเข้าในในระบบเหล่านี้แล้วงานออกแบบของคุณจะพิมพ์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนแน่นอน
ระยะขอบคือพื้นที่ว่างรอบๆ ขอบกระดาษของหน้าเอกสารหรือชิ้นงานที่ไม่ควรวางข้อความหรือภาพที่สำคัญลงไป ระยะขอบจะช่วยให้ชิ้นงานมีความสมดุลและดูเป็นระเบียบมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญถูกตัดหายเมื่อพิมพ์หรือเย็บเล่ม
ระยะตัดตกคือพื้นที่เพิ่มเติมที่อยู่นอกขอบเขตของชิ้นงาน ถูกออกแบบมาเพื่อให้แน่ใจว่างานพิมพ์จะไม่มีขอบขาวที่ไม่พึงประสงค์ ระยะตัดตกจะถูกตัดออกหลังจากการพิมพ์เสร็จสิ้น ดังนั้นภาพหรือสีพื้นหลังที่ต้องการพิมพ์จนสุดขอบควรขยายออกไปจนถึงระยะตัดตก
การ Create Outlines สามารถทำได้ในโปรแกรม Adobe Illustrator คือการเปลี่ยนข้อความเป็นเส้นโค้งตาม Font ที่คุณใช้วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาไม่มี Font หรือ Font ไม่ตรงกันได้ แต่หลังจาก Create Outlines แล้วคุณจะไม่สามารถแก้ไขข้อความนั้นได้อีก แต่ยังคงสามารถยืดหดขนาดของข้อความและเปลี่ยนสีได้อย่างอิสระอยู่
1. พิมพ์ข้อความที่คุณต้องการให้เรียบร้อยและตรวจสอบความถูกต้องให้แน่ใจ
2. คลิกขวาที่ข้อความแล้วเลือก Create Outlines หรือกด Shift + Ctrl + O
การ Convert to Shape เป็นการแก้ปัญหาไม่มี Font, Font ไม่ตรงกันของโปรแกรม Adobe Photoshop ที่จะเปลี่ยนข้อความที่คุณพิมพ์ให้กลายเป็นรูปร่าง (Shape) ไม่สามารถแก้ไขข้อความได้เหมือนกับการ Create Outlines ของ Illustrator แต่ยังคงสามารถยืดหดขนาดและเปลี่ยนสีได้เหมือนกัน
การ “Create Outlines” คือการเปลี่ยนข้อความเป็นเส้นโค้ง การ “Convert to Shape” คือการเปลี่ยนข้อความเป็นวัตถุ ทั้ง 2 วิธีนี้ล้วนเป็นการป้องกันปัญหา Font ที่อาจเกิดขึ้นไปถ้านำไฟล์ไปเปิดในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น และถึงแม้ทั้ง 2 วิธีนี้จะไม่สามารถแก้ไขข้อความได้แล้ว แต่ยังคงปรับเปลี่ยนรูปร่าง, ขนาด, และสีสันได้อยู่เช่นเดิม ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบ ทำให้งานพิมพ์มีคุณภาพและความแม่นยำตรงกับ Artwork ต้นฉบับที่ออกแบบมาสูง
การเพิ่มรูปภาพเข้าไปใน Artwork ด้วย Illustrator รูปภาพนั้นจะอยู่ในรูปแบบ Link ที่เชื่อมกับไฟล์รูปภาพภายนอก ข้อดีคือไฟล์ Artwork จะมีขนาดเล็กลงเพราะไฟล์ไม่ต้องบันทึกจดจำภาพทั้งหมดจดจำแค่ที่อยู่ของไฟล์จากภายนอก แต่ข้อเสียก็คือถ้าคุณส่งไฟล์ Artwork ให้โรงพิมพ์และไม่ได้ส่งไฟล์ภาพภายนอกที่เป็นต้นทางของ Link ภาพจะไม่ปรากฏบน Artwork
ถ้าในกรณีที่ Artwork ของคุณมีรูปภาพอยู่เยอะและคุณไม่อยากส่งไฟล์ยุ่งยากวุ่นวายเวลาส่งให้กลับโรงพิมพ์ ก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการ Embed Image ที่จะทำการฝังรูปภาพให้อยู่ข้างในไฟล์ Artwork ทำให้สามารถนำไปเปิดกับคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ แต่ก็ต้องแลกกับการที่ไฟล์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและอาจจะเกิดความล่าช้าในการส่งได้
1. ออกแบบ Artwork ในโปรแกรม “Adobe Illustrator” และใช้รูปที่คุณต้องการให้เรียบร้อย
2. ไปที่แถบเมนู “window” เลือกไปที่หัวข้อ “Link” เพื่อเปิดหน้าต่าง “Link” ขึ้นมา
3. เลือกรูปภาพที่จะฝังแล้วไปที่สัญลักษณ์ 3 ขีดแล้วเลือก “Embed Image(s)”
การฝังไฟล์รูปภาพ (Embed Image) เป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมไฟลสำหรับการพิมพ์ ช่วยให้ไฟล์งานมีความครบถ้วนและพร้อมสำหรับการพิมพ์โดยไม่มีปัญหาภาพหายหรือไม่แสดงผล การฝังรูปภาพใน Adobe Illustrator สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านหน้าต่าง Links ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจและประสิทธิภาพในการจัดการไฟล์สำหรับการพิมพ์